| - วิญญาณ - หมู่แห่งวิญญาณหก คือ วิญญาณทางตา วิญญาณทางหู วิญญาณทางจมูก วิญญาณทางลิ้น วิญญาณทางกาย วิญญาณทางใจ. นี้เรียกว่า วิญญาณ. วิญญาณย่อมมีขึ้น เพราะอาศัยธรรม ๒ อย่าง. สองอย่างคือ เพราะอาศัยซึ่งตาด้วย ซึ่งรูปทั้งหลายด้วย วิญญาณ(กิริยาที่รู้แจ้ง)ทางตาจึงเกิดขึ้น. เหตุอันใดก็ตาม ปัจจัยอันใดก็ตาม เพื่อความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณทางตา, แม้เหตุอันนั้น ปัจจัยอันนั้น ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยประการอื่น. วิญญาณทางตาเกิดขึ้นแล้ว เพราะอาศัยปัจจัยที่ไม่เที่ยงดังนี้ วิญญาณทางตาจักเป็นของเที่ยงมาแต่ไหน. ความประจวบพร้อม ความประชุมพร้อม ความมาพร้อมกัน แห่งธรรมทั้งหลาย (ตา + รูป + วิญญาณทางตา) ๓ อย่างเหล่านี้ อันใด, อันนี้ เรียกว่า ผัสสะ(สัมผัส)ทางตา. แม้ผัสสะทางตา ก็เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยประการอื่น. เหตุอันใดก็ตาม ปัจจัยอันใดก็ตาม เพื่อความเกิดขึ้นแห่งผัสสะทางตา, แม้เหตุอันนั้น ปัจจัยอันนั้น ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยประการอื่น. ผัสสะทางตาเกิดขึ้นแล้ว เพราะอาศัยปัจจัยที่ไม่เที่ยงดังนี้ ผัสสะทางตาจักเป็นของเที่ยงมาแต่ไหน. บุคคลผู้ผัสสะ(สัมผัส)กระทบแล้ว ย่อมรู้สึก(เวเทติ), ผัสสะกระทบแล้ว ย่อมคิด(เจเตติ), ผัสสะกระทบแล้ว ย่อมจำหมายรู้(สัญชานาติ). แม้ธรรมทั้งหลาย ได้แก่ ผลของเวเทติ เป็นเวทนา คือความรู้สึก, ผลของเจเตติ เป็นเจตนา, ผลของสัญชานาติ เป็นความสำคัญมั่นหมาย จำได้. (เวทนา เจตนา สัญญา)อย่างนี้เหล่านี้ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยประการอื่น. (ในกรณี วิญญาณทางหู, วิญญาณทางจมูก, วิญญาณทางลิ้น, วิญญาณทางกาย, ก็มีนัยอย่างเดียวกัน). วิญญาณย่อมมีขึ้น เพราะอาศัยธรรม ๒ อย่าง. สองอย่างคือ เพราะอาศัยซึ่งใจด้วย ซึ่งธรรมารมณ์ทั้งหลายด้วย วิญญาณ(กิริยาที่รู้แจ้ง)ทางใจ จึงเกิดขึ้น. เหตุอันใดก็ตาม ปัจจัยอันใดก็ตาม เพื่อความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณทางใจ, แม้เหตุอันนั้น ปัจจัยอันนั้น ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยประการอื่น. วิญญาณทางใจเกิดขึ้นแล้ว เพราะอาศัยปัจจัยที่ไม่เที่ยงดังนี้ วิญญาณทางใจจักเป็นของเที่ยงมาแต่ไหน. ความประจวบพร้อม ความประชุมพร้อม ความมาพร้อมกัน แห่งธรรมทั้งหลาย (ใจ + รูป + วิญญาณทางใจ) ๓ อย่างเหล่านี้ อันใด, อันนี้ เรียกว่า ผัสสะทางใจ. แม้ผัสสะ(สัมผัส)ทางใจ ก็เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยประการอื่น. บุคคลผู้ผัสสะ(สัมผัส)กระทบแล้ว ย่อมรู้สึก(เวเทติ), ผัสสะกระทบแล้ว ย่อมคิด(เจเตติ), ผัสสะกระทบแล้ว ย่อมจำหมายรู้(สัญชานาติ). แม้ธรรมทั้งหลาย ได้แก่ ผลของเวเทติ เป็นเวทนา คือความรู้สึก, ผลของเจเตติ เป็นเจตนา, ผลของสัญชานาติ เป็นความสำคัญมั่นหมาย จำได้. (เวทนา เจตนา สัญญา)อย่างนี้เหล่านี้ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยประการอื่น. (อ้างอิง ปฏิจจ. ๒๙๒. อ้างถึง บาลี สฬา. ๑๘ / ๘๕ / ๑๒๔ -). |