- ทางสายกลาง -

ข้อปฏิบัติอันเป็นทางสายกลาง คือมรรคอันประกอบด้วยองค์แปดประการ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ / ความเห็นชอบ, สัมมาสังกัปปะ / ดำริชอบ, สัมมาวาจา / วาจาชอบ, สัมมากัมมันตะ / การงานชอบ, สัมมาอาชีวะ / อาชีพชอบ, สัมมาวายามะ / ความเพียรชอบ, สัมมาสติ / ระลึกชอบ, สัมมาสมาธิ / จิตตั้งมั่นชอบ.

สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติใว้เป็นสองส่วน คือส่วนที่ยังเป็นไปกับด้วยกิเลส เป็นโลกียะ อีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนอันประเสริฐ เป็นโลกุตตระ คือเหนือโลก.

ทานที่ให้แล้วมีผล ยัญที่บูชาแล้วมีผล การบูชาที่บูชาแล้วมีผล ผลแห่งกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วมี มารดามี บิดามี โลกนี้มี โลกอื่นมี มีความเชื่อว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง แล้วประกาศให้ผู้อื่นรู้ตาม มีอยู่.  นี้คือ  สัมมาทิฏฐ ิที่ยังเป็นไปกับด้วยอาสวะ  เป็นส่วนแห่ง  มีผลอันเกิดจากกิเลสเป็นของหนัก  (อุปธิวิเวปักกะ). 

ดำริหลีกออกจากกาม(เนกขัมมะ) ดำริไม่พยาบาท(อัพพยาบาท) ดำริไม่เบียดเบียน(อวิหิงสา). นี้คือ  สัมมาสังกัปปะ ที่ยังเป็นไปกับด้วยอาสวะ  เป็นส่วนแห่งบุญ  มีผลอันเกิดจากกิเลสเป็นของหนัก.

เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดเท็จ เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดส่อเสียด เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดคำหยาบ เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ. นี้คือ  สัมมาวาจา ที่ยังเป็นไปกับด้วยอาสวะ  เป็นส่วนแห่งบุญ  มีผลอันเกิดจากกิเลสเป็นของหนัก.

เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการฆ่าสัตว์ เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย.  นี้คือ  สัมมากัมมันตะ ที่ยังเป็นไปกับด้วยอาสวะ  เป็นส่วนแห่ง  มีผลอันเกิดจากกิเลสเป็นของหนัก.

เจตนาละเสียซึ่งการเลี้ยงชีพที่ผิดเสีย สำเร็จการเป็นอยู่ด้วยการเลี้ยงชีพที่ชอบ. นี้คือ  สัมอาชีวะ ที่ยังเป็นไปกับด้วยอาสวะ  เป็นส่วนแห่งบุญ  มีผลอันเกิดจากกิเลสเป็นของหนัก.

สัมมาทิฏฐิอันประเสริฐ ได้แก่  ปัญญา  ปัญญินทรีย์  ปัญญาพละ  ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์  สัมมาทิฏฐิที่เป็นองค์แห่งมรรค  ของผู้มีจิตอันประเสริฐ  ของผู้มีจิตไม่มีกิเลส(อนาสวะ)  ของผู้เป็นอริยมรรคสมังคี  ผู้เจริญอยู่ซึ่งมรรค. นี้คือ  สัมมาทิฏฐิ  อันเป็นอริยะ  เป็นโลกุตตระ  ไม่มีอาสวะ  เป็นองค์แห่งมรรค. 

สัมมาสังกัปปะอันประเสริฐ คือความตรึก(ตกฺก) ความตรอง(วิตกฺก) ความดำริ(สงฺกปฺป) ความคิดแน่วแน่(อปฺปนา) ความคิดแน่วแน่ถึงที่สุด(พยปฺปนา) การงอกงามแห่งความคิดถึงที่สุดของจิต(เจตโส อภิโรปนา) และเจตสิกธรรมเครื่องปรุงแต่งการพูดจา(วจีสงฺขาโร) ของผู้มีจิตอันประเสริฐ ของผู้มีจิตไม่มีกิเลส(อนาสวะ)  ของผู้มีอริยมรรคสมังคี  ผู้เจริญอยู่ซึ่งมรรค. นี้คือ  สัมมาทิฏฐิ  อันเป็นอริยะ  เป็นโลกุตตระ  ไม่มีอาสวะ  เป็นองค์แห่งมรรค. 

สัมมาวาจาอันประเสริฐ คือ การงด(อารติ) การเว้น(วิรติ) การเว้นขาด (ปฏิวิรติ) และเจตนาเป็นเครื่องเว้น (เวรมณี) จากการพูดเท็จ จากการพูดส่อเสียด จากการพูดคำหยาบ จากการพูดเพ้อเจ้อ. นี้คือ  สัมมาทิฏฐิ  อันเป็นอริยะ  เป็นโลกุตตระ  ไม่มีอาสวะ  เป็นองค์แห่งมรรค. 

สัมมากัมมันตะอันประเสริฐ คือ การงด(อารติ) การเว้น(วิรติ) การเว้นขาด (ปฏิวิรติ) และเจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการฆ่าสัตว์ จากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ จากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย. นี้คือ  สัมมากัมมันตะ  อันเป็นอริยะ  เป็นโลกุตตระ  ไม่มีอาสวะ  เป็นองค์แห่งมรรค. 

สัมมาอาชีวะอันประเสริฐ คือ การงด(อารติ) การเว้น(วิรติ) การเว้นขาด (ปฏิวิรติ) และเจตนาเป็นเครื่องเว้น (เวรมณี) จากการเลี้ยงชีพที่ผิด(มิจฉาอาชีวะ). สำเร็จการเป็นอยู่ด้วยการเลี้ยงชีพที่ชอบ  คือการงด การเว้น  การเว้นขาด  จากการพูดโกหก  จากการพูดหลอกลวง  จากการพูดหว่านล้ม  จากการพูดท้าให้เจ็บใจจนต้องยอมตกลง   จากการล่อลาภด้วยลาภ.  นี้คือ  สัมมาอาชีวะ  อันเป็นอริยะ  เป็นโลกุตตระ  ไม่มีอาสวะ  เป็นองค์แห่งมรรค. 

สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ เป็นตัวศีล เป็นสูตรสำเร็จของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสูตรสำเร็จของความสมานฉันท์ เป็นสิ่งสำเร็จสูงสุด.  สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ จัดเป็นสมาธิ, สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ จัดเป็นปัญญา.

(อ้างอิง อริย. ๘๗๕ – อ้างถึง  อุปริ.  ม.  ๑๔ / ๑๘๑ - ๑๘๖ / ๒๕๖ -).

 


<< กลับหน้าหลัก