- คำกลอน -

หน้า ๑ / / ถัดไป>

ยามจน ยามมี

ความไม่พอ จึงจนใจ เป็นคนเข็ญ

เพราะพอแล้ว เป็นเศรษฐี มหาศาล

จนทั้งนอก จนทั้งใน ไม่ได้การ

จงคิดอ่าน เพื่อแก้จน เป็นคนดี

เมื่อยามจน ก็จนเสีย จนเต็มที่

เมื่อกลับมี มันก็มี มีนักหนา

อนิจจัง มีดังนี้ ดีนักนา

ไม่ขอลา อนิจจัง ดังนี้เลย

เมื่อยามมี มันก็มี มีเหลือล้น

แล้วกลับจน มันก็จน จนหนักหนา

อนิจจัง จนดังนี้ ไม่ดีนา

ต้องขอลา อนิจจัง ดั่งนี้แล
กรรม

รักษาตัว เพราะกลัวกรรม อย่าทำชั่ว

จะหมองมัว หมองหม่นไหม้ ไปเมืองผี

จงเลือกทำ เฉพาะกรรม ที่ดีดี

จะได้มี แต่ความสุข พ้นทุกข์ภัย

จะต้องมี วันพลัดพราก จากของรัก

ไม่ย้ายยัก จักมั่นคง อย่าสงสัย

รีบรู้ตัว เสียก่อนไป ไม่ร้อนใจ

ถึงคราวไป แล้วก็ไป ไปตามกาล

เขาทำดี เขาทำชั่ว ตัวของเขา

อย่าเอาเหา มาใส่หัว ของตัวหนา

มันจะยุ่ง ยุ่งนุงนัก หนักอุรา

ตามยถา กรรมของเขา เราสบาย .

ไฟ

รูว่าไฟ แล้วทำไม ไปจับเล่น

มันไม่เย็น สักนิดหนา น่าบัดสี

ครั้นถูกไฟ มันไหม้เผา เศร้าโศกี

น่าจะตี เสียให้ช้ำ ระกำทรวง

นึกนึกแล้ว มันก็น่า อนาถหนา

เพราะตัณหา พาให้ยุ่ง ออกนุงถัง

ต้องรบรา ต้องฆ่ากัน ลั่นลือดัง

ใครพลาดพลั้ง แล้วก็ตาย วายชีวา

อะโหโอ โอโอ้น่า อนาถหนอ

ความไม่พอ พาให้ยุ่ง ทุกกรุงศรี

ต้องรุกรา ฆ่าฟันกัน ลั่นโลกีย์

ใครเสียที แล้วก็ตาย วายชีวัน .

กายกับใจ

กายกับใจ ย่อมอาศัย ซึ่งกันอยู่

เราต้องรู้ รู้ว่ามัน ต่างกันหนา

สุขและทุกข์ แต่ละอย่าง ก็ต่างนา

ถ้าเอามา คลุกเข้ากัน มันยุ่งใจ

ปล่อยให้ยุ่ง แล้วมันแย่ แก้มันยาก

ยิ่งยุ่งมาก มันยิ่งแย่ แก้ไม่ไหว

ถ้าปล่อยยุ่ง นุงนังนัก จะหนักใจ

จงแก้ไข อย่าให้ยุ่ง นุงนักนา

สารพัด ที่จะรู้ เป็นครูเขา

ตัวของเรา แล้วทำไม ไม่สั่งสอน

ปล่อยให้ยุ่ง นักนุงนัง ไม่สังวร

ควรผันผ่อน ทอนแก่ยุ่ง นุงทั้งปวง .

โกรธ

เราโกรธเขา เราก็รู้ อยู่ว่าร้อน

จะนั่งนอน ก็เป็นทุกข์ ไม่สุขใส

แล้วยังดื้อ ดื้อด้านโกรธ จะโทษใคร

น่าแค้นใจ จริงจริงหนา ไม่น่าชม

อันโลโภ และโทโส โมโหนี้

เป็นราคี เศร้าหมองใจ อันใหญ่หลวง

เป็นมูลราก แห่งราคิน สิ้นทั้งปวง

ให้เหนี่ยวหน่วง ให้นังนุง ยุ่งหัวใจ

มีกายอยู่ อย่าได้หมาย ว่าเป็นสุข

กลับมีทุกข์ อยู่มากเหลือ หลายสถาน

จะหาสุข หาที่กาย จนวายปราณ

คงไม่พาน พบแน่แท้ เป็นแน่นอน .

สุขหรือทุกข์

อันสุขทุกข์ นั้นเป็นเพียง สิ่งมายา

เพราะตัณหา มาปรุงแต่ง ให้เป็นไป

ส่วนตัวจิต เดิมแท้ว่าง อยู่ข้างใน

มันสดใส ไม่มีสุข หรือทุกข์เลย

ยังไม่เคย ฟังจากใคร ที่ไหนหนา

ว่าเกิดมา จะเป็นสุข สนุกสนาน

มีแต่บ่น ถึงเรื่องทุกข์ ไม่สราญ

ทั้งชาวบ้าน ทั้งชาววัด ซัดกันไป

อิฏฐารมณ์ ค่านิยม ว่าเป็นสุข

ที่แท้ทุกข์ จริงจริงเชียว ทีเดียวหนา

สำคัญผิด จึงติดทุกข์ ว่าสุขนา

เป็นสัญญา วิปลาส พลาดผิดธรรม .

เวลา

อันกาลนี้ มิได้รอ เราหรอกหนา

อย่าหลงมัว มามึนเมา เลยเราเอ๋ย

หลงนิยม หลงชมทุกข์ ว่าเสบย

ไม่ช้าเลย จะต้องลา โลกคลาไคล

ชั่วหรือดี อยู่ที่ทำ กรรมทั้งหลาย

ไม่หนีหาย มลายสิ้น ไปถิ่นไหน

ย่อมอยู่ดี ย่อมกินดี ไม่มีภัย

รวมเก็บไว้ แนบในจิต ติดตัวเรา

อนิจจัง ล้วนทั้งนั้น ไม่ทันคิด

พอเห็นฤทธิ์ อนิจจัง เลยนั่งเหงา

ว่าโอ้โอ๋ อกเราเอ๋ย เหวยอกเรา

มามัวเมา อนิจจัง จีรังกาล .

ประพฤติธรรม

ประพฤติธรรม นั้นสำคัญ อยู่ที่จิต

ถ้าตั้งผิด ก็มัวหมอง ไม่ผ่องใส

ถ้าตั้งถูก ก็ผุดผ่อง ไม่หมองใจ

สติใช้ คอยคุมจิต ไม่ผิดนา

พุทธองค์ ทรงตรัสชี้ ไม่มีผิด

กรรมชั่วติด คอยตามไหม้ ได้ทุกข์ยิ่ง

กรรมดีงาม นั้นส่งผล ให้สุขจริง

ทั้งชายหญิง จงหมั่นทำ แต่กรรมดี

ใครมีทุกข์ ก็ไร้สุข ใจร้อนรุ่ม

จะมัวกลุ้ม มัวหงุดหงิด คิดไปไหน

จะหนีทุกข์ หนีทางกาย ได้อย่างไร

หนีทางใจ ด้วยองค์ธรรม พระสัมมา .

โลกีย์

อย่าทะนง มัวองอาจ ประมาทรัก

มาชวนชัก พารวนเร ให้เหหัน

ไม่กลัวเป็น ไม่กลัวตาย วายชีวัน

ถ้าแพ้มัน แล้วต้องตาย วายชีวี

รามเกียรติ์ เรื่องมันยุ่ง ออกนุงขิง

เพราะแย่งหญิง นางสีดา มารศรี

ต้องรบรา ต้องฆ่าฟัน ลั่นโลกีย์

ใครเสียที แล้วก็ตาย วอดวายปราณ

หากใครยัง มัวโง่เขลา มัวเมาจิต

ทั้งยังคิด ยึดติดหมาย ไว้ทุกอย่าง

เหมือนคนบอด ย่อมลำบาก เมื่อเดินทาง

หลงอยู่กลาง ยังป่าใหญ่ วนไปมา .

ค่าของคน

โลกเรานี้ มีอะไร ที่ไหนแน่

มันเปลี่ยนแปร ทุกนาที มิหยุดหนี

มาเถิดท่าน มาร่วมกัน สร้างความดี

เพิ่มชีวี เพิ่มราคา ค่าของคน

อันศีลทาน ภาวนา อย่าได้ละ

อุตสาหะ คอยสืบสร้าง ทางสวรรค์

คงจะถึง ซึ่งนิพพาน ไม่นานวัน

เกษมสันต์ พบแสนสุข หมดทุกข์ภัย

ปฏิบัติ เพื่อขจัด ซึ่งความมืด

อย่าจางจืด เลิกร้างรา หลบหน้าหาย

ปฏิบัติ ทุกเช้าค่ำ ไม่กล้ำกราย

เพื่อจะไป ให้ได้ถึง ซึ่งนิพพาน .

หน้า ๑ / / ถัดไป>


<< กลับหน้าหลัก